๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

เรื่องอริยสัจ (เกิด แก่ เจ็บ ตาย)

หลายวันก่อน น้องชายผู้ไม่เคยเห็นหน้าท่านหนึ่งโทร.มาหาลูกลุงเยี่ยม บอกว่า "พี่ครับ ผมมีเรื่องจะขอร้องให้พี่ช่วย"

อืมม์ "เรื่องอะไรคะน้อง...โอ...ค่ะๆ เดี๋ยวพี่รีบไปวัดให้เลย"

------------------------------------

ลูกลุงเยี่ยมผละจากจอคอมพิวเตอร์ เอาปัจจัยใส่ซอง 500 บาท เขียนชื่อคุณพ่อของน้องเขา มือไม้สั่น น้ำตาซึม แล้วรีบไปวัดชายนาทันที ไปถึงตอนเที่ยงกว่าๆ จึงได้ทราบว่าหลวงพ่อไม่อยู่ ท่านมีกิจนิมนต์ที่มหาชัย จะกลับเย็นๆ ลูกลุงเยี่ยมเล่าธุระให้คุณตาบาตรตะกรุดฟัง ว่ามีน้องคนหนึ่งคุณพ่อกำลังป่วยหนัก อยากทำบุญ และขอเมตตาให้หลวงพ่อแผ่เมตตาให้คุณพ่อของเขา คุณตาก็รับทราบ แล้วบอกว่าให้ลองไปตอนเย็นอีกครั้ง พอตอนเย็นลูกลุงเยี่ยมก็ไปอีกรอบ ที่วัดมีคนเยอะแยะมากมายมารอกราบหลวงพ่อ มีรถทัวร์ 2 คัน และรถส่วนตัวต่างๆ หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ลูกลุงเยี่ยมรอเวลาให้คนพอจะบางตา ครั้นเวลาประมาณเกือบ 5 โมงเย็นอันเป็นเวลาที่หลวงพ่อจะลงโบสถ์ ก็ยังมีญาตโยมกลุ่มหนึ่งคุยธุระอยู่เบื้องหน้าหลวงพ่อประมาณ 10 คน รู้สึกจะเป็นการนิมนต์หลวงพ่อให้ไปงานทำบุญอะไรสักอย่าง เห็นหลวงพ่อวงในปฏิทินไว้ วันนี้หลวงพ่อต้องใส่แว่นตาดำตลอดเวลา เพราะท่านมีอาการเจ็บตามาหลายวันแล้ว เรานั่งอยู่ในส่วนข้างหนึ่ง ดูจังหวะ ว่าให้คนที่อยู่ก่อนคุยธุระของเขาเสร็จแล้ว (ในระหว่างรอก็ภาวนาพุทโธบ้าง เรียกหลวงพ่อในใจบ้าง บอกจุดประสงค์การมาในใจบ้างตลอด) พอได้จังหวะเราก็ถือซอง พนมมือ กราบเรียนหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อเจ้าคะ รุ่นน้องผู้ชายของโยม เขาอยู่กรุงเทพฯ เขากับพ่อตั้งใจจะมากราบหลวงพ่อด้วยกันสองคนพ่อลูก แต่พ่อเขามีเหตุเกิดเสียก่อนจึงมาไม่ได้ คือมีอาการเส้นเลือดในสมองแตก นอนเฉยๆ อยู่เป็นเดือนแล้วเจ้าค่ะ ลูกชายเขาเลยมาคนเดียว แต่ก็ไม่เจอหลวงพ่อ วันนี้ลูกชายเขาจึงฝากปัจจัยให้โยมมาทำบุญกับหลวงพ่อ ให้พ่อเขา..." ลูกลุงเยี่ยมยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ท่านก็เปิดฝาบาตร ให้เราหย่อนซองลงไป แล้วหลวงพ่อก็พนมมือสวด ยถาฯ ท่านสวดมนต์จบก็หยิบกำตอกจุ่มในขันน้ำมนต์ มาเคาะหัวเรา 2-3 โป๊ก บอกว่า 'เอ้า นายบุญสมมาไม่ได้ ฝากยายนี่ไปนะ' แล้วท่านก็ลุกจากที่รับแขก จัดสบง จีวร เดินฉับๆ ไปลงโบสถ์ทันที



ข้อสังเกตุ : เรายังไม่ได้บอกว่า "ขอพรให้พ่อน้องเขา" เลย เหมือนท่านรู้อยู่แล้ว เพราะมีคนคนฝากปัจจัยมาถวายหลวงพ่อแล้ว ท่านก็ไม่ได้กล่าวบาลีเต็มสูตรแบบนี้ให้ และบนซอง เราก็เขียนหนังสือตัวเล็กๆ ถืออยู่ในมือพนมไว้ พอหลวงพ่อให้เอาใส่บาตร ท่านก็ปิดฝาบาตรทันที เราก็ยังไม่ทันบอกชื่อพ่อน้องชัดๆ ก็เหมือนท่านรู้อยู่แล้วอีกเช่นกัน เราเองยังจำชื่อพ่อน้องไม่ค่อยได้ ต้องเหลือบดูซอง แต่หลวงพ่อกล่าวชัดเจน 'เอ้า นายบุญสมมาไม่ได้ ฝากยายนี่ไปนะ' หลวงพ่อสวดเป็นบาลี (ภาษาพระ) อย่างเดียว แต่เมื่อเราหาคำแปลมาอ่าน จึงพบว่าซาบซึ้ง เป็นกุศลยิ่ง



อนุโมทนารัมภคาถาแปล

ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง

ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ ฉันใด

เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ

ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้, ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ ฉันนั้น.

อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง

ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว

ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ

จงสำเร็จโดยฉับพลัน

สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา

ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่

จันโท ปัณณะระโส ยะถา

เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ

มะณิ โชติระโส ยะถา

เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี ฯ

----------------------------------------------------------

สามัญญานุโมทนาคาถาแปล

สัพพีติโย วิวัชชันตุ

ความจัญไรทั้งปวง จงบำราศไป

สัพพะโรโค วินัสสะตุ

โรคทั้งปวง (ของท่าน) จงหาย

มา เต ภะวัตวันตะราโย

อันตรายอย่ามีแก่ท่าน

สุขี ทีฆายุโก ภะวะ

ท่านจงเป็นผู้มีความสุขมีอายุยืน

อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน, จัตตาโร ธัมมาวัฑฒันติ, อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง

ธรรมสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ, ย่อมเจริญแก่บุคคล ผู้มีปรกติไหว้กราบ, มีปรกติอ่อนน้อม (ต่อผู้ใหญ่) เป็นนิตย์ ฯ





ขอให้ท่านผู้ผ่านมาอ่านพบ และได้ปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา เสมอๆ ให้ได้ระลึกถึง และอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้คุณพ่อบุญสมได้ค่ะ เรื่องของ "บุญ" ไม่เหมือนสิ่งอื่นบนโลกนี้ เพราะยิ่งให้ยิ่งเพิ่ม ไม่มีพร่อง
----------------------------------------------------------------------
ขอไว้อาลัยให้กับคุณพ่อบุญสม คุณะเพิ่มศิริ ที่ได้จากมนุษยโลกไปเมื่อ วันศุกร์ที่ 23 พ.ย. 50 ด้วยผลบุญที่ท่านและลูกชายได้ทำบุญสังฆทาน มหาสังฆทาน และวิหารทานกับหลวงพ่อตัด ปวโร ขอให้ท่านไปสู่สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติ ในเบื้องหน้าโน้นเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ

ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ ฉันใด ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้, ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ ฉันนั้น.

ทำบุญ กับเนื้อนาบุญอันประเสิรฐ


วันออกพรรษา
ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๑ ๑
วันออกพรรษา คือวันสิ้นสุดระยะการจำพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจำที่ในฤดูฝนซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "วันมหาปวารณา" คำว่า"ปวารณา"แปลว่า "อนุญาต" หรือ "ยอมให้" คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน ในวันออกพรรษานี้กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้ม มัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน...
จาก เว็บธรรมะไทย

ลูกลุงเยี่ยมก็ไปทำบุญวันออกพรรษาที่วัดชายนามาเช่นกัน โดยนัดแนะกับแม่ตั้งแต่เมื่อคืน ให้แม่เตรียมปิ่นโตให้ ลูกจะเป็นตัวแทนครอบครัวไปทำบุญให้เอง ปกติแล้ว ชาวบ้านนอกเรา มีธรรมเนียมนิยมในการไปทำบุญที่วัดในวันสำคัญทางศาสนาอยู่แล้ว โดยใครใกล้ที่ไหน ก็ไปที่นั่น ปกติที่บ้านลุงเยี่ยมก็ไปทำบุญที่วัดประจำตำบลเรา แต่วันนี้ลูกตั้งใจอยากไปทำบุญกับ "เนื้อนาบุญอันประเสิรฐ" ตามความคิดของลูก พ่อแม่ก็ไม่ขัด โมทนายินดี เพียงแต่ไม่ได้ไปด้วย เพราะเดี๋ยวจะมีคำถามมากมายจากเพื่อนบ้านว่า ทำไมไปทำบุญข้ามเขต! จะเกิดโทษกับผู้พูดเสียเปล่าๆ แต่ลูกไปคนเดียวได้อย่างคล่องตัว เพราะไปประจำอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เคยไปสวดมนต์ ทำบุญ ฟังเทศน์ วัดชายนาเลย
เราตืน 6 โมงเช้า อาบน้ำแต่งชุดขาว แม่ก็เตรียมปิ่นโตเสร็จพอดี บอกว่า ทำเผื่อแม่ พ่อ และครอบครัวด้วย แล้วอย่าลืมกรวดน้ำเอาบุญส่งไปให้ถึงปู่ย่าตาทวด บรรพบุรุษของเราด้วย ที่วัดชายนา มีสาธุชนไปทำบุญวันออกพรรษากันมากมาย พระเณรผู้ทรงศีลก็มีมากทีเดียว ราวๆ 20 รูป โดยมีหลวงพ่อตัด ปวโร เป็นองค์ประธาน
ร่างกายหลวงพ่อดูยังบ่งบอกว่ามีอาการป่วย แต่ท่าทาง น้ำเสียงหลวงพ่อ ยังองอาจ เข้มแข็ง เหมือนเดิม ท่านนำสวดไป ก็มีอาการระคายคอ และต้องสลับกับการถ่มเสมหะลงในกระโถนข้างองค์เป็นระยะๆ ลูกลุงเยี่ยมยิ่งเซ้นส์สิทีฟอยู่ ถึงกับน้ำตาซึม ที่หลวงพ่อไม่ยอมพัก แต่กลับมาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นศูนย์รวมศรัทธาของสาธุชนในวันสำคัญเช่นนี้ T_T หลังจากญาตโยมถวายภัตตาหาร และพระสงฆ์สวดให้พร เสร็จพิธีแล้ว พระสงฆ์เริ่มฉันภัตตาหาร แต่องค์หลวงพ่อยังเมตตาเทศน์ให้ญาติโยมฟัง 1 กัณฑ์ เกี่ยวกับเรื่อง วันออกพรรษา และวันมหาปวารณา ตามที่คัดลอกจากเว็บธรรมะไทยมาเกริ่นไว้ช่วนต้นนั่นเอง เพิ่งเห็นหลวงพ่อขึ้นธรรมาสถ์เทศน์เป็นครั้งแรก ท่านสวมแว่นตา อ่านข้อความจากใบลาน เทศน์ผ่านไมโครโฟน ด้วยสำเนียงกรุงเทพฯ ^^ (ไม่ได้เหน่อแบบที่ท่านพูดปกติ) น้ำเสียงหลวงพ่อ กังวาน มีพลังอานาจ และน่าฟัง จนดูไม่เหมือนว่าท่านป่วยอยู่
พอท่านกล่าวถึง "เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้..." ท่านก็บอกว่า เอ้า กินข้าวกัน แล้วลงจากธรรมาสถ์ และเดินฉับๆ ลงมา อ้อมศาลาไปทางโบสถ์ โดยไม่เห็นท่านฉันเช้า จึงถามคุณยายที่มาถือศีลอยู่วัดว่า หลวงพ่อไม่ฉันเหรอยาย ยายบอกว่า หลวงพ่อคงฉันข้าวต้มตอนเช้าแล้ว (เพราะท่านป่วยอยู่)
ตอนเอาน้ำที่กรวดแล้วไปเท...ที่นี่มีธรรมเนียมที่แปลกจากวัดในตำบลเรานิดหน่อย คือทุกคนถือกระดาษทิชู ใบไม้ ใบตอง ไปรองรับน้ำที่เทลงบนพื้นดินด้วย คุณยายผ้าขาวคนหนึ่ง แบ่งทิชชูให้เราด้วยเมื่อเห็นเรามีแต่แก้วน้ำเปล่าๆ แล้วบอกให้ทำตามยาย พอเทน้ำเสร็จ ก็ถามยายว่า "เอากระดาษรองทำไมเหรอยาย" ยายบอกว่า เพราะดินสกปรกน่ะสิ ที่จริงลูกลุงเยี่ยมเคยฟังข้อวินัยสงฆ์ข้อหนึ่ง ที่บอกว่า ไม่ให้ทำน้ำตกลงบนพื้นดินโดยตรง จะเป็นอันตรายต่อชีวิตเล็กๆ น้อยๆ ในดินได้ ท่านจึงให้น้ำผ่านใบไม้ หรือเครื่องรองรับอย่างอื่นก่อน ทำให้นึกในใจว่าหลวงพ่อท่านเคร่งครัดพระวินัย แล้วยังมีกุศโลบายสอนสั่งให้ญาตโยมทำตามเป็นบุญกุศลใหญ่ด้วย

ตอนถือปิ่นโตเปล่าออกมาที่รถ เห็นหลวงพ่อกำลังเดินเข้าไปในโบสถ์พอดี มีพรรคพวกคนชายนาที่รู้จักกัน แซวว่า "เอ้า ไม่อยู่ทั้งวันเหรอ แต่งชุดขาวเขาต้องอยู่ทั้งวันนา" ขณะกำลังสตาร์ตรถกลับบ้าน จึงบอกเขาว่า "เดี๋ยววันหลังๆ วันนี้ซ้อมๆ ไว้ก่อน ^^" แต่ก็คิดว่า เย็นๆ จะไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นอีกครั้ง

กัลยาณมิตรคนหนึ่งเคยบอกว่า การจะได้ชื่อว่า รู้จัก และมีศรัทธาต่อพระสงฆ์องค์ใดนั้น ต้องหมั่นไปทำบุญกับท่าน ไปปฏิบัติภาวนากับท่านด้วย จึงจะถือได้ว่า เป็นศิษย์ท่านจริงๆ ในขณะที่เรายังมีความพร่องอยู่มากอย่างนี้ การจะไปกล่าวว่า ท่านนั้นท่านนี้เป็นครูบาอาจารย์ของเรา ระวังคนฟังที่เขาเห็นเราไม่เข้าท่า เขาจะปรามาสไปถึงครูบาอาจารย์ของเราให้มัวหมองได้...

ผลบุญใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ขอให้ท่านที่ได้รับทราบทุกคน ทุกตน จงโปรดโมทนาเอาเถิด สาธุๆๆ

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๐

คงถึงเวลาแล้ว

วันนี้ลูกลุงเยี่ยมไปวัด และกลับมาด้วยอาการอิ่มบุญ เนื่องเพราะ เคยถวายหนังสือ "กรรมฐาน 40" ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน ให้แด่หลวงพ่อตัด วัดชายนา ต่อมา คุณตาที่ดูแลบาตรตะกรุด เห็นหน้าลูกลุงเยี่ยม ก็ยิ้มหวาน บอกว่า หลวงพ่อท่านเอาหนังสือเล่มดังกล่าวไปให้ตา แล้วบอกว่า "เอ้า ถ้าจะปฏิบัติก็อ่านเล่มนี้" คุณตาจึงมาสอบถาม ว่าไปซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่ จะฝากซื้อ ลูกลุงเยี่ยมเลยบอกว่า ซื้อมาจาก กทม. ถ้าหลวงพ่อว่าดี หนูจะเอามาถวายหลวงพ่อเอง ตอนหลังตาบอกว่า เอามาสัก 5 เล่มก่อน

วันนี้ลูกลุงเยี่ยมจึงหอบหนังสือเกือบ 10 เล่ม (ทั้งหมดเป็นหนังสือธรรมะ) ไปถวายหลวงพ่อ และเรียนสอบถามถึงเรื่องโน้นนี้อีกเล็กน้อย พอชื่นใจ หลวงพ่อท่านรับหนังสือทั้งหมดไปเปิดดู พิจารณาทุกเล่ม อย่างพออกพอใจ ถามท่านว่า "ถวายหนังสืออย่างนี้ จัดเป็นสังฆทานได้ไหมเจ้าคะ" ท่านเมตตาตอบว่า "ได้สิ" แล้วก็ท่องคำสวดถวายสังฆทานให้ลูกลุงเยี่ยมฟังด้วย

วันนี้มีคนมารอกราบหลวงพ่อราวๆ 10 กว่าคน ตอนท่านฉันเพลเสร็จแล้ว มีคณะหนึ่ง มาจากโคราช ได้แต่นั่งเงียบเรียบร้อย พอหลวงพ่อรับของที่ภวาย และฟังกิจธุระของผู้มีธุระแล้ว ท่านก็จัดสบง จีวร เตรียมตัวออกเดินทางไปกิจนิมนต์ที่แม่กลอง เหมือนท่านจะรอให้ญาตโยมที่มาจากโคราชเรียนท่าน ว่าต้องการอะไร แต่ชาวคณะก็ยังเงียบ จนหลวงพ่อบอกว่า "เอ้า นั่นน่ะ มาทำไมกันล่ะ" คณะโคราชจึงตอบว่า ขอให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์ ท่านจึงบอก "เอ้า แล้วก็ไม่บอก ข้าฯ จะไปอยู่แล้วเนี่ย" ว่าแล้วก็เดินฉับๆๆ หยิบขันน้ำมนต์ พรมๆ ญาตโยมจนชุ่มชื่นโดยทั่วกัน ลูกลุงเยี่ยมได้มีโอกาสเช็คพื้น ซึ่งเปียกแฉะหลังการรดน้ำมนต์ถวายท่านด้วย ^^

ตอนที่รอหลวงพ่อฉันเพลอยู่นั้น ได้ไปเดินชมตู้วัตถุมงคลของวัดเช่นเคย รอบนี้มีเรื่องน่าสลด ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนใจบาปหยาบช้าทำเรื่องเช่นนี้ คือนำแบ้งค์พันปลอมมาบูชาวัตถุมงคลของวัด!! เจ้าหน้าที่ท่านนำแบ้งค์ปลอมดังกล่าว ติดแสดงไว้อยู่บนตู้ โอ้ย..เจอเข้าแบบนี้ ลูกลุงเยี่ยมเดาไม่ถูกเลยว่า ระหว่างพวกปลอมตะกรุด ปลอมโค้ต กับพวกเอาแบ๊งค์ปลอมมาบูชาวัตถุมงคลไปเนี่ย ใครจะได้กรรมหนักกว่ากัน -_-"

อย่างไรก็ตาม มีข่าวล่าสุด ที่บรรดานักสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่อตัดต่างรอคอย คือเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำการ ณ ตู้วัตถุมงคล ท่านได้ทำทำเนียบวัตถุมงคลของวัดแบบคร่าวๆ ไว้ดู เพื่อตอบคำถามของผู้ไปสอบถาม ลูกลุงเยี่ยมขอเมตตาท่านมาเป็นคัมภีร์ด้วย 1 ชุด แต่เท่าที่ลองอ่านๆ ดู ดูเหมือนจะยังไม่ครบถ้วน และยังมีที่ไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง แต่ก็นับได้ว่า ชีส 2 แผ่นนี้ อาจจะเป็นเหตุให้มีการจัดทำเนียบวัตถุมงคลของวัดชายนาฉบับสมบูรณ์ต่อไป เพราะว่า...คงถึงเวลาแล้ว







ขอให้ท่านที่สนใจ และมีศรัทธา โปรดใช้กระดาษ 2 ใบนี้อย่างสร้างสรรค์นะคะ ^^

เมตตาบารมีของหลวงพ่อตัด



ชมภาพเพิ่มเติม

วันนี้ ลูกลุงเยี่ยม ผู้ช่วยรับโทรศัพท์ให้พ่อ และมักไปวัดชายนาบ่อยๆ ได้พาน้าสาว ขี่รถเครื่องใหม่เอี่ยม พร้อมอาหารคาว หวาน ธูป เทียน น้ำผึ้ง นมไวตามิ้ลค์ ซองปัจจัยไปวัด เพื่อถวายภัตตาหาร สังฆทาน และกราบขอเมตตาให้หลวงพ่อช่วยเจิมรถเป็นสิริมงคล ไปถึงเป็นเวลาที่พระ เณร เริ่มจะฉันเช้าแล้ว ส่วนหลวงพ่อยังรับประเคนอยู่ จึงได้ประเคนเครื่องไทยธรรมทั้งหมด หลวงพ่อกล่าวว่า "เออ ดีๆ ถวายสังฆทาน ไม่จน"
เรียนถามท่านว่า "วันนี้หลวงพ่อมีกิจนิมนต์ที่ไหนไหมเจ้าคะ" "มี จะไปปทุมธานี มีอะไร" (ถ้าไม่มีกิจนิมนต์ที่ไหน ท่านจะบอกว่า วันนี้ไม่มีใครจ้าง)
"น้าสาวเขาออกรถใหม่ อยากขอเมตตาให้หลวงพ่อเจิมรถให้เจ้าค่ะ"
"เออ เช้านี่รึ ไหน รถอยู่ไหน มาๆ"
แล้วหลวงพ่อก็ลุกเดินอย่างกระฉับกระเฉงนำไปที่กุฏิของท่าน เพื่อไปหยิบแป้ง และทองคำเปลว บอกให้พวกเรา จูงรถขึ้นไปตรงหน้ากฏิ และให้หันหน้ารถไปทางทิศตะวันออก แล้วเริ่มพิธีเจิมรถทันที (ท่านทำอะไรรวดเร็วฉับไวมากๆ ดีว่าขออนุญาตถ่ายรูปไว้เป็นอนุสสติได้ทันการณ์) หลังจากบริกรรมคาถา เจิมแป้ง ปิดทองเรียบร้อยแล้ว
ท่านก็ไปนำขันน้ำมนต์มารดให้อีก รดรถเครื่องเสร็จแล้ว ก็หันมาเคาะหัวโยมทั้งสองคนละสองโป๊ก เน้นๆ หนักแน่น
สาธุ สาธุ สาธุ สังโฆ อัปมาโณ

เรื่องที่น่าสลดสังเวช!!

เนื่องด้วยลูกลุงเยี่ยมไปทำธุระที่ กทม. เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2-3 วัน เมื่อเริ่มทำเว็บบล็อกเกี่ยวกับวัตถุมงคลของหลวงพ่อตัด รวมถึงเป็นสื่อกลางจัดหาด้วย จึงได้ไปเยี่ยมชมร้านวัตถุมงคลของรุ่นน้องคนหนึ่งแถวลาดพร้าว ได้นำตะกรุด และวัตถุมงคลอื่นๆ ไปให้น้องๆ ชมดู น้องบอกว่า ร้านโน้น มีตะกรุดของหลวงพ่อตัด ไม่แพงมาก (ดอกละ 700 บาท) เราก็เดินไปดู...โอ้ว ซาร่า!!! ดู ดู๊ ดู ดูเธอทำ... ตะกรุดในตู้นั้น เป็นแบบเนื้อตะกั่ว 3 นิ้ว จารนอก (ด้านในไม่เห็น และไม่ได้ถาม) มีโค้ตเลียนแบบโค้ตเรียง ว.ช.น. รุ่นแรก แต่ โค้ตมีปัญหา! ดูปราดเดียวแบบมือใหม่หัดขับ ก็ทะแม่งๆ เมื่องัดตัวอย่างโค้ตของเราออกมาดู ก็ชัด ว่า...
แหม...ทำไปด๊ายยยย ช่างไม่กลัวบาปกรรมกันน้อ มนุษยชาติ!



คลิกที่รูป ลองไปศึกษาเรื่องโค้ตกันได้ตามที่ลูกลุงเยี่ยมไปขอข้อมูลท่านผู้ใหญ่มา

ดังนั้น ใครจะเช่าหานอกวัด ขอให้ศึกษาให้ดี ให้ได้ของแท้จากคนที่ไว้วางใจได้
ขอให้โชคดีทุกท่าน

ไปเที่ยวชมวัดเขากระจิว วัดที่หลวงพ่อตัดอุปสมบท

วัดบรรพตาวาส หรือวัดเขากระจิว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นวัดที่หลวงพ่อตัด ปวโร อุปสมบท ในสมัยที่หลวงพ่อทอง เป็นเจ้าอาวาส

วัดนี้อยู่ใน อ.ท่ายาง สมัยโบราณเป็นบ้านป่าดงดอน แต่วัดนี้ไม่ธรรมดา เพราะพระเถระผู้มาริเริ่มตั้งวัด เป็นพระสงฆ์ที่มาจาก วัดราชบพิธฯ (วัดหลวง) จากกรุงเทพฯ มหานคร ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทีเดียว พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 4 เป็นผู้ให้กำเนิดคณะธรรมยุต ดังนั้น วัดนี้จึงถือเป็นต้นสายธรรมยุตวัดหนึ่ง
ถือได้อีกว่า หลวงพ่อตัดท่านสืบสายคณะธรรมยุตแบบเดิมแท้สมัย ร.4 เลยนะ

<< คลิก

พระเมตตาของหลวงพ่อตัด ภาค 2





เมื่อเดือนที่แล้ว น้องสาวกับแม่ไปธุระที่อำเภอแต่เช้า ต้องผ่านวัดชายนา ขากลับมาเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่า "ฮู๊ย ที่วัดชายนามีอะไรกันไม่รู้ คนเต็มเลย เห็นหลวงพ่อด้วย มีคนถ่ายรูปกันใหญ่"ปรากฎว่า ไปถามพี่ๆ ลูกศิษย์หลวงพ่อ เขาบอกว่า หลวงพ่อบริจาครถยนต์ให้สายตรวจ ป้อมตำรวจ ที่อยู่หน้าวัดนั่นเอง สังกัด สภ.อ. ท่ายาง ถือเป็นพระเมตตาที่หลวงพ่อเผื่อแผ่ให้ เพราะตำรวจ (ดีๆ) เป็นคนของประชาชน เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เท่ากับว่าหลวงพ่อทำการนี้เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณชน

น้องเขย ที่เป็นตำรวจอยู่ในเขตติดต่อกับที่ตั้งวัดชายนา เคยเป็นตัวแทนนาย เข้าไปขอเมตตาหลวงพ่อ ขอตะกรุดไปแจกให้นายตำรวจ หลวงพ่อบอกว่า "เอาเท่าไหร่" น้องเขยตอบว่า "นายขอ 100 ดอกครับ" แล้วหลวงพ่อก็จัดให้ทันที โดยไม่สนใจว่าเขาจะทำบุญหรือไม่ ทำเท่าไหร่ ปรากฎว่า น้องเขยได้ทำบุญไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นเงินเพียง 20% ของราคาปกติ (ตำรวจผู้น้อย ก็เงินน้อยๆ)

วันก่อนเข้าไปกราบท่าน ถามท่านเกี่ยวกับ น้ำมูตรดอง ที่พระฉันเป็นยา หลวงพ่อเมตตาอธิบายถึงวิธีการดองน้ำมูตร (คือฉี่นั่นเอง) กับลูกสมอ และน้ำผึ้ง แล้วนำไปตากแดด เราบอกว่า ไม่เคยเห็นลูกสมอ ท่านบอกทันทีว่าที่วัดมี ตรงข้างโบสถ์ ไปเก็บเอาสิ "ตายล่ะ ยายนี่ ไม่รู้จักลูกสมอ" ว่าแล้วก็เรียกพระ (เอ...หรือจะเป็นคุณเณรก็ไม่แน่ใจ) บอกว่าให้พายายนี่ไปเก็บสมอที เราต้องบอกหลวงพ่อว่า ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ โยมจะเดินไปดูเอง รบกวนพระ เกรงใจท่าน (บาปกรรมไหมนั่น) แต่หลวงพ่อก็ให้พระที่เดินผ่านมา พาไปเก็บจนได้ เลยไปเก็บ และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย สิ่งนี้ถือเป็น วัตถุมงคล พูลผลทวี สำหรับเรา
เพราะลูกสมอดียิ่งกว่ายาผีบอกใดๆ เป็นถึงยา "พระพุทธเจ้าบอก"


๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐

ข่าวด่วน! เหตุเกิดวันนี้ ที่วัดชายนา




พอดีวันนี้ เราออกไปธุระที่ตัวอำเภอ แล้วคิดว่าขากลับจะแวะวัด มีคนให้ไปเปลี่ยนวัตถุมงคลให้ เราก็แบ่งปัจจัยไปซื้อธูป เทียน และไวตามิลค์ จะเอาไปถวายหลวงพ่อ ตามความตั้งใจเดิมที่คิดทำการนี้ ปรากฎว่า ก่อนจะเลี้ยวซ้ายจากถนนเพชรเกษม เข้าไปทางวัด (และทางบ้าน) เห็นรถทัวร์คันหนึ่ง ทำท่าจะถอยหลัง มาตรงทางเลี้ยว
ข้างรถบ่งบอกว่า เป็นรถทัวร์เชียงราย ยังบอกกับแม่ว่า "อย่าบอกนะ ว่าคันนี้จะไปวัดชายนา"
ปรากฎว่าใช่จริงๆ พอเราเลี้ยวซ้าย รถทัวร์ก็ถอยมา แล้วเลี้ยวตาม พอไปถึงบริเวณหน้าวัด ก็พบว่า ไม่ใช่มีรถทัวร์เพียงคันเดียวเสียแล้ว มี 3 คัน ที่กำลังถอยเข้า ถอยออก จัดระเบียบกันอยู่ที่หน้าวัด เห็นคุณยายคนหนึ่ง จูงจักรยาน เนื้อตัวเปื้อนโคลนเพราะออกมาจากในนา เห็นพวกรถทัวร์ ยายก็ทำหน้าตื่นๆ ถ้าเป็นปกติ คนเยอะๆ แบบนี้ เราคงไม่เข้าไป แต่วันนี้ รับปากต้องเข้าไปเปลี่ยนของให้เขา และถวายของแด่หลวงพ่อด้วย จึงเลี้ยวเข้าวัดไป เห็นรถทัวร์จอดอยู่ในวัดอีก 3 คัน! และผู้คนมากมายเป็นร้อย เดินไปมากันขวักไขว่ โดยเฉพาะตรงที่หลวงพ่อรับแขก คนออกันแน่นไปหมด บ้างก็ส่งเสียงพูดคุย บ้างก็ถ่ายรูปกันใหญ่ (คนแน่นจนคงไม่มีใครมองเห็นป้ายห้ามถ่ายรูป) ใจคิดว่า หลวงพ่อจะอยู่ไหมหนอ คนเยอะ แลดูวุ่นวายขนาดนี้ ท่านจะโปรด หรือว่าท่านจะหลบ! ปรากฎว่า พอแทรกคนเข้าไปได้ ก็พบว่าหลวงพ่อกำลังรดน้ำมนต์ให้ญาตโยมผู้มาจากที่ไกลอย่างแข็งแกร่ง
หลวงพ่ออายุ 76 แล้ว แต่ยืนถือขันรดน้ำมนต์ให้คนมากมายอย่างกระฉับกระเฉง ใจเราก็สงสารหลวงพ่อจับใจ ปากท่านก็กล่าวว่า "มึงจะมากันทำไม หา!" แต่มือท่านก็รดน้ำมนต์ตลอดเวลา เห็นหัวหน้าทัวร์ กล่าวกับลูกทัวร์ว่า "ไม่ต้องตกใจนะฮะ" คงหมายถึง บางคนอาจจะไม่คุ้นกับ "ลีลา" ของหลวงพ่อ สักพัก เห็นหลวงพ่อไปนั่งที่เก้าอี้ตรงมุม เพื่อรดน้ำมนต์ต่อ (ท่านคงจะเหนื่อยกระมัง) เราก็ตัดสินใจเบียดคนเข้าไปถวายของ เรียนท่านว่า "โยมไม่รู้ว่าวันนี้คนเยอะเจ้าค่ะ โยมพาแม่มาทำบุญ" ท่านก็ทักเราแบบเดิม "มาอีกแล้วเรอะ อีนี่ เอาขงของมาทำบุญทำไม หึ! จะดีอะไร" เราก็ยิ้ม (ท่านพูดแบบนี้เสมอ ทำนองว่าเปลืองเงินเปลืองทอง) ตอนถวายไวตามิลค์ 1 โหล เกรงว่าท่านจะหนัก ก็เรียนท่านว่า "หนักนะเจ้าคะหลวงพ่อ" (คิดว่าจะให้ท่านแตะๆ ของ แล้วเราจะนำไปเก็บให้ท่านเอง) แต่ท่านก็รับเอง แล้วยกไปวางโต๊ะข้างๆ "ไม่หนก ไม่หนักหรอก" ท่านว่า
เราก็ถามท่านอีก "วันนี้แขกเยอะ หลวงพ่อเหนื่อยไหมเจ้าคะ" ท่านก็ตอบว่า "ไม่เหนื่อยหรอก แต่รำคาญ!" ซึ่งท่านก็พูดท่ามกลางญาตโยมเยอะแยะนั่นแหละ
นี่แหละ สไตล์ของท่าน ปากท่านว่าแบบนั้น แต่ท่านก็เมตตารดน้ำมนต์ และเคาะหัวโยมดังปั้กๆๆ แบบจริงจัง หนักแน่น ญาติโยมผู้มาจากแดนไกลเหล่านั้นเขาก็ต่างชื่นใจ แย้มยิ้มกันเป็นแถว ตรงที่หลวงพ่อนั่งรดน้ำมนต์นั้น ที่พื้นเปียกแฉะไปหมด องค์หลวงพ่อก็เปียก เท้าท่านก็เปียก อากาศเย็นๆ ฝกตกโปรยปราย ท่านคงจะหนาวนะ แม่สะกิดยิกๆ ให้รีบถอยออกมา เพราะคนเยอะจริงๆ แต่เราหลบฉากไปข้างๆ ท่าน ขอผ้าจากน้าฯ ลูกศิษย์หลวงพ่อ นำมาเช็ดพื้นตรงเท้าท่าน ท่านบอกว่า "ไม่ต้องชกเช็ดหรอก เดี๋ยวมันก็เปียกอีก"
เราจึงหยุดมือ เรียนท่านว่า "หลวงพ่อเปียกหมดแล้วเจ้าค่ะ" ท่านก็ว่า "ช่างมันเถอะ" แล้วก็รดน้ำมนต์ต่อ
เราจึงฉากถอยออกมา เบียดผู้คนไปเปลี่ยนวัตถุมงคล ซึ่งคนก็แออัดหนาแน่น แย่งกันบูชาจนพวกน้าฯ ที่ดูแลอยู่ มึนไปเลย โดยเฉพาะคุณตา 2 ท่าน ที่ดูแลบาตรตะกรุด คนรุมท่านจนไม่มีอากาศหายใจ
สาธุๆๆ สังโฆ อัปมาโณ

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐

บิ๊กเซอร์ไพรส์!!!


หลังจากที่ลูกลุงเยี่ยมเปิดเว็บบล็อกนี้มาเกือบสองเดือน ก็มีผู้สนใจโทรมาสอบถามและพูดคุยกันเกี่ยวกับหลวงพ่อตัดหลายราย บางราย เราก็เปรยกับเขาว่า "บางคนเขาก็มองไม่ค่อยดีค่ะพี่" ผู้ศรัทธาเหล่านั้นต่างพูดให้กำลังใจ และบอกว่าขอบคุณที่เป็นสื่อกลางให้ เพราะเขาเหล่านั้นศรัทธาหลวงพ่อตัดจริงๆ แต่อยู่ไกล ไม่สะดวกเดินทางมาบูชาที่วัดเอง บางคนบอกว่า "ผมไม่ซีเรียสเรื่องเงิน แต่ผมไม่มีเวลามาเลย แล้วก็อยากหาคนที่ไว้ใจได้จริงๆ" บางคนอยู่ภาคใต้ เหนือ อีสาน แม้แต่ภาคกลางเองก็มี นับเป็นเรื่องที่ลูกลุงเยี่ยมประหลาดใจและตื้นตันมากๆ ค่ะ
ที่พิเศษเซอร์ไพร์สสุดๆ เกิดขึ้นเมื่อประมาณเที่ยงวันนี้เอง โดยพี่สุรเชษฐ์ กทม. สั่งวัตถุมงคลไว้ พอได้รับก็เมล์มาแจ้ง แล้วบอกว่า โอนเงินเพิ่มมาอีก 1,000 บาท เพื่อขอให้ลูกลุงเยี่ยมนำไปถวายหลวงพ่ออีกต่างหากค่ะ โอ้ว...บิ๊กเซอร์ไพร์ค่ะ ใครเข้ามาอ่าน ก็โมทนาร่วมกับคุณสุรเชษฐ์ได้ค่ะ สาธุๆๆ
ตอนเที่ยงกว่าๆ ลูกลุงเยี่ยมก็รีบนำปัจจัยใส่ซอง เขียนชื่อ นามสกุล เจ้าของ บอกว่า "น้อมถวายทำบุญทุกอย่างกับหลวงพ่อตัด 1,000 บาท" ปรากฎว่า วันนี้มีหมอบีบ (คือหมอนวดแผนไทย) มาบีบนวดหลวงพ่อ ต้องรออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ลูกลุงเยี่ยมจึงกลับบ้านก่อน กะว่าตอนเย็นจะไปใหม่ จะได้ถวายด้วยตนเอง (ได้หน้าหน่อยๆ ^^) พอตอนเย็น ก่อนหลวงพ่อลงโบสถ์ก็ไปอีก เอาซองปัจจัยวางไว้บนหนังสือธรรมะอีก 2 เล่มไปถวายหลวงพ่อ ท่านเห็นหน้าก็อมยิ้ม บอกว่า "รู้แล้วๆ" เรากราบท่านเสร็จ ก็เรียนท่านว่า "มีคนให้หนูมาเปลี่ยนวัตถุมงคลที่วัดให้ แล้วเขาก็ทำบุญเพิ่มมาต่างหากอีก 1,000 ถวายหลวงพ่อเจ้าค่ะ" ท่านรับหนังสือไปเปิดๆ ดู และคุยถึงเรื่องหนังสือก่อน จากนั้นก็อ่านหน้าซอง แล้วก็ร้องว่า "โห ทำบุญตั้งพันเลยเรอะ...แล้วจะเอาอะไร" ท่านบอกให้เราหยิบซองหย่อนลงไปในบาตร เราบอกว่า "ไม่ได้เอาอะไรเจ้าค่ะ...สุดแท้แต่หลวงพ่อจะเมตตาเจ้าค่ะ เขียนอักขระให้เขาไหมคะ บอกว่าหลวงพ่อโมทนานะจ๊ะ ก็ได้เจ้าค่ะ" ท่านหัวเราะ แล้วท่านก็เดินไปที่บาตรใส่ตะกรุด 3 นิ้ว แล้วหยิบเป็นกำใส่ถุง เรารีบบอก เกรงหลวงพ่อจะเข้าใจว่า คนฝากให้มาเปลี่ยนอีก "หลวงพ่อเจ้าคะ ซองนี้เขาถวายหลวงพ่อค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเจ้าค่ะ" ท่านก็ว่าไม่ได้หรอก ต้องตอบแทนเขา
เขาทำบุญตั้งพัน หยิบตะกรุดดอกใหญ่ แล้วก็มาหยิบตะกรุด 1.5 นิ้ว อีกเป็นกำๆ ใส่ถุงก๊อปแก๊ป มายื่นให้เรารับไว้ เราก็เลยต้องรับไว้ ท่านบอกเป็นปริศนาว่า "เอามาต่อ" จากนั้นสนทนากับท่านเรื่องโน้นนี้อีกครู่ ท่านก็ลงโบสถ์ เราก็กราบลากลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจ
พี่สุรเซษฐ์ทราบแล้วเปลี่ยน! จะให้จัดส่งไปที่อยู่เดิมหรือเปล่าคะ?

๒๑ กันยายน ๒๕๕๐

ว่าด้วยเรื่องคุณปลัดฯ อันเท่าแขน


เห็นเพื่อนแอบมาเยี่ยมเว็บบล็อกแห่งนี้ โดยไม่ได้เตี๊ยมกันไว้แต่อย่างใด
จึงถือโอกาสเล่าเรื่อง คุณปลัดฯ อันเท่าแขน สลักไว้ในความทรงจำ
เพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตรผู้นี้ อยู่ภาคเหนือ แต่กลับแนะนำครูบาอาจารย์
ซึ่งอยู่ใน จ.เพชรบุรี ให้ไปกราบ แถมครูบาอาจารย์ท่านดังกล่าว
อยู่ใกล้ๆ บ้านเราแค่นี้เอง เรากลับผ่านไปผ่านมาเสียนาน

ครูบาอาจารย์ท่านนี้คือ หลวงพ่อตัด วัดชายนา นั่นเอง

เมื่อลูกลุงเยี่ยมไปทำบุญ และไปกราบท่านจนพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาแล้ว
เพื่อนคนเหนือนี้ ก็ได้ให้ลูกลุงเยี่ยม ปฎิบัติภารกิจปลัดฯ โครงการ 1
คือเพื่อนคนนี้ชอบเรื่องไสยเวทย์วิทยาคม เลยไปเสาะหาไม้ผูกคอตาย
ไปแกะปลัดฯ แล้วขอเมตตาให้หลวงพ่อตัดท่านปลุกเสกให้
(เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เฉพาะกรณี ไม่แนะนำให้ใครรบกวนท่าน)
ด้วยความมั่นใจในคุณงามความดี และวัตถุประสงค์ของเพื่อน
ลูกลุงเยี่ยมจึงรีบดำเนินการให้ โดยไปกราบเรียนท่านแบบตรงไปตรงมา
พร้อมกล่องปลัดฯ กล่องใหญ่ มีปลัดฯ ตัวครู อันเท่าแขนอยู่ 4 ตัว
นอกนั้นเป็นอันเล็กๆ ขนาดพกพา ที่เตรียมไว้ถวายหลวงพ่อกึ่งหนึ่ง
เพื่อนคนเหนือขอกลับกึ่งหนึ่ง หลวงพ่อท่านรับไว้ปลุกเสกในห้องของท่าน
โดยลูกศิษย์ท่านบอกว่า "พอเบื่อแล้ว เดี๋ยวหลวงพ่อก็เอาออกมาคืนเอง"
เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนยังบอกว่า "แหม...ดูท่านถ่อมองค์จังเลย"

หลังจากนั้น 7 วัน น้าฯ ที่วัดก็ส่งข่าวบอกให้เข้าไปเอาปลัดฯ ได้แล้ว
ที่บ้านไม่มีใครอยู่ เราเลยไปคนเดียว ไปถึงวัด หลวงพ่อลงโบสถ์สวดปาฏิโมกข์อยู่
น้าฯ ที่โทร.ตาม บอกของเราเองเหรอ ยังงี้ต้องขอแบ่งไว้มั่ง ค่าโทร.ตามน่ะพันห้านะ
แล้วก็หัวเราะเอิ้กๆ เราถามน้าฯ เขาว่า หนูเอาวัตถมงคลในตู้นี้ไปให้เพื่อนบูชาต่อ
บวกค่าน้ำมันนิดหน่อย หลวงพ่อท่านว่าไหม คำตอบคือไม่ว่า
ใจเราก็คิดว่าผ่านแล้วล่ะ แต่ก็คิดจะขอหลวงพ่ออีกที
แล้วก็คิดว่า ถ้าสื่อฯ ได้ ขอให้หลวงพ่อแสดงนิมิตในทางว่าโอเคให้เราทราบด้วย
พอได้เวลา หลวงพ่อออกมาจากโบสถ์ มาที่ห้องของท่าน
เห็นเราก็ร้องว่า ดี ดี ดี ดี ดี...ดี! เอ้า มาทำไม
พวกน้าฯ ตอบแทนว่า "มาเอา ... ครับหลวงพ่อ" จ๊าก เขาพูดแบบต้องเซนเซอร์น่ะ
หลวงพ่อก็ยิ้ม บอกว่า "อ้อๆ ของอินี่นี่เอง เออๆ ดีๆๆๆ ดี"
กราบถวายไวตามิ้ลท่าน แล้วก็กราบเรียนท่านอีกครั้ง ว่า
"ของโยมเองเจ้าค่ะ พวกเพื่อนทางเหนือ เขาศรัทธาหลวงพ่อฯ"
ท่านก็สวนทันที "ศรัทธาทำไม มีอะไร" เราก็ตอบตามสคริปท์
"เขาว่า พระเมืองเพชร ดีจริง ขลังจริงเจ้าค่ะ"
ท่านก็ว่า "เอ้อๆๆๆ จริงๆๆๆ จริงๆๆๆๆ"
(โปรดสังเกตุว่าท่านรับเพราะไม่ได้กล่าวเจาะจงท่าน
แต่กล่าวว่า "พระเมืองเพชร" ^^ ปฏิภานท่านรวดเร็วมากเลย)
แล้วเราก็บอกว่า "จะถวายตัวครูด้วยเจ้าค่ะ"
ท่านบอก "อ้าวเหรอ เห็นถวายไว้ถุงหนึ่งแล้วนี่ เอ้อๆ ไหนล่ะ"
(ท่านยอมรับตัวครู 1 องค์) เราก็รีบไปยกกล่องมา
แล้วหยิบมาถวายท่านหนึ่งองค์ ท่านยังบอกลุงที่อยู่ที่วัดว่า
ให้ไปหาเชือกเอามาร้อยแขวนไว้
ท่านก็ถามว่า "ไปเอาไม้ผูกคอตายมาจากไหน"
เราก็บอกว่า เพื่อนเขาชอบด้านนี้
(คำว่าไสย์ หลวงพ่อเคยบอกว่า ไสย แปลว่า ความรู้)
ไปได้มาจากภูเขาทางเหนือ เห็นเขาว่า มีการทำพิธีอุทิศให้คนตายด้วย
เราก็ถามท่านว่า "หลวงพ่อใส่อะไรไปบ้าง" ท่านก็เอาแต่ยิ้ม
เราเลยถามใหม่ "ใช้อย่างไร ว่าคาถาอะไรเจ้าคะ"
ท่านก็ยิ้มอีก แล้วอีกสักพักก็พูดขึ้นมาว่า
"โอม มหาระรวย ขอให้รวยๆ ฯลฯ"
แล้วก็ต่อเกี่ยวกับอวัยะหญิงชายแบบไทยๆ
อีกยาวเหมือนกัน เราก็เลยเขิน และหัวเราะ
จำไม่ได้ ว่าหลวงพ่อว่าอะไรบ้าง พวกน้าฯ ก็บอกว่า
นั่นแหละท่านบอกแล้ว จำได้ไหม เราบอกจำไม่ได้อ่า
แล้วหลวงพ่อก็บอกอีก "ก็ว่า โอม มหาระรวย ขอให้ทำมาค้าขายรวยๆ
อะไรก็ว่าไป แล้วก็ทิ่มๆๆ ทิ่มของนะ"
แล้วเราก็ถามท่านอีก "ตอนหลวงพ่อเดินเข้ามา หลวงพ่อบอกว่า ดีๆๆๆ อะไรดีเจ้าคะ"
หลวงพ่อก็ยิ้ม (ท่านอารมณ์ดีมาก) บอกว่า "ดีหมดน่ะแหละ"
เราก็เลยฮุก บอกว่า "งั้นหนูถือว่า หลวงพ่ออวยพรหนูนะเจ้าค่ะ"
ท่านก็หัวเราะ "เอ้อๆๆๆ" ก่อนถือกล่องปลัดฯ กราบลาท่านออกมา
ท่านก็ถามว่า "นี่เขาไม่ได้เอาไปขายกันใช่ไหม"
เราก็วางกล่องลง แล้วพนมมือตอบท่านว่า "แน่นอนเจ้าค่ะหลวงพ่อ"
ที่จริงเรื่องนี้เรากราบเรียนตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเพื่อนๆ ที่เขาศรัทธา
เขาทำงาน ทำบุญเพื่อการศาสนามามากมาย
เขาหาไม้ตามเคล็ดวิชาของหลวงพ่อฯ
ทำปลัดฯ มาให้หลวงพ่อเมตตาปลุกเสกให้
เพื่อพวกเขาจะนำไปแจกจ่าย แบ่งกันใช้ ด้านการค้าขาย
โดยถวายหลวงพ่อครึ่งหนึ่ง ขอกลับครึ่งหนึ่ง
ถ้าหลวงพ่อท่านไม่ปลื้ม ท่านก็คงไม่รับทำให้ตั้งแต่แรก
แต่นี่ท่านเมตตาทำให้ และรับในส่วนที่ถวายด้วย
(บางคนทำมา ท่านปลุกเสกให้ แต่ไม่รับที่เขาถวาย)
ทั้งๆ ที่เพื่อนทำมา ไม่ได้ขีดเขียนสัญญลักษณ์อะไรมาเลย
หวังเพียงให้หลวงพ่อปลุกเสกเขาก็พอใจกันแล้ว
แต่นี่หลวงพ่อเมตตาทำให้แบบครบสูตร มีจารอักขระให้ด้วยทุกดอก!!
(ตัวครูจารหมึกตามภาพ ตัวเล็กใช้เหล็กขีดๆ ตามเอกลักษณ์ของท่าน)
สาธุๆๆ สังโฆ อัปมาโณ

๒๐ กันยายน ๒๕๕๐

รับจัดหาวัตถุมงคลพระเกจิเมืองเพชร



"แท้จากวัด บูชาแล้วสบายใจ สบายกระเป๋า"
รับจัดหาวัตถุมงคลของเกจิเมืองเพชร พระดีขลังจริง
โดยเฉพาะของหลวงพ่อตัด วัดชายนา (อยู่ในพื้นที่)
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาบูชา (เปลี่ยน) จากที่วัดด้วยตนเอง
มีตะกรุดตะกั่วยาว 3 นิ้ว และ 1 นิ้วครึ่ง ปลัดฯ เหรียญรูปเหมือน พระผง ฯลฯ
เหมือนที่มีให้เปลี่ยนที่วัด (โดยลุงเยี่ยมขอค่าบริการไม่มาก)
แบบของเก่าเก็บ ไม่มีในตู้แล้ว ก็พอจัดหาได้

พิเศษ แบบแบ่งให้ลองใช้ แล้วจะติดใจ
ตะกรุดตะกั่ว 3 นิ้ว แบบปั๊มด้านใน จากวัด ลุงเยี่ยมแบ่งให้ 200 บาท
ตะกรุดตะกั่ว 1.5 นิ้ว แบบปั๊มด้านใน จากวัด ลุงเยี่ยมแบ่งให้ 150 บาท
ปลัดฯ มีอักขระจารมือด้วยหมึกสีน้ำเงิน ลุงเยี่ยมแบ่งให้ 160 บาท
เพชรพญาธร วิชาผสมระหว่างตะกรุดกับปลัด มีรุ่นใหม่ปั๊มยันต์บนแผ่นตะกั่ว แผ่นละ 200 บาท
ตะกรุด 3 กษัตริย์ จากวัด (ไม่มีโค้ต) 1 ชุดมี 6 ดอก (สีละ 2 ดอก) ให้บูชา 500 บาท
รักแบบไหนดูภาพประกอบได้เลย (สั่งหลายรายการ แถมผ้ายันต์เพชรพญาธร กับพระปิดตา)

>> ชมภาพเพิ่มเติม

สนใจติดต่อลูกลุงเยี่ยม 08 7663 1460
และ loongyeam@hotmail.com, pavarisa.gogo@gmail.com

"แบ่งให้ด้วยความจริงใจ...ปัจจัยแบ่งไปทำบุญกับวัดต่อ"

(กรุณาช่วยค่าส่ง 50 บาท บช.ธนาคารอยู่ด้านล่าง ภาพลุงเยี่ยมเป็นภาพจริง
ไปทำบุญที่วัดเป็นระยะ รับประกันความซื่อสัตย์จริงใจ)

๑๐ กันยายน ๒๕๕๐

พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ วัดเพชรพลี จ.เพชรบุรี



ลุงเยี่ยมสนใจในประวัติศาสตร์ของวัดเพชรพลีอยู่แล้ว เคยไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ อ่านหนังสือที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ
พอได้ข่าวว่ามีการจัดสร้างองค์จตุคามโดยคุณเล็ก-ฉันท์ทิพย์ บุตรชายท่านขุนพันธ์ จึงจับจองชุดกรรมเล็กไว้ 1 ชุด หากมีผู้สนใจก็จะแบ่งให้

ประมวลภาพพิธีกรรม และการปลุกเสก พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ ณ วัดเพชรพลี (ภาพและข้อมูลจากเว็บพ่อขุนทะเลพระเครื่อง)
ยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างจริงๆ

ประมวลภาพพิธีกรรม และการปลุกเสก พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ ณ ทะเลหาดเจ้าสำราญ
(ภาพและข้อมูลจากเว็บพ่อขุนทะเลพระเครื่อง)

ประมวลภาพพิธีกรรม และการปลุกเสก พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ ณ วัดเขางู
(ภาพและข้อมูลจากเว็บพ่อขุนทะเลพระเครื่อง)

พลังอันศักดิ์สิทธิ์ อันเลื่องลือจากรุ่น "อุดมโชค ๘ อรหันต์ สุวรรณภูมิ" (รุ่นเจดีย์ราย) รวมกับพลังอันเปี่ยมด้วยเมตตาบารมีอันลือลั่นของรุ่น "อุดมโชคปฐมอรหันต์สุวรรณภูมิ" รวมเป็นหนึ่งเดียว เกิดเป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี ทวีคูณด้วยปาฏิหาริย์อันน่าอัศจรรย์ มาสู่ "รุ่นอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ"

พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ วัดเพชรพลี จ.เพชรบุรี

วัดเพชรพลี ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ได้ดำเนินการจัดสร้างพระผงว่านอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์

ผู้จัดสร้าง คณะกรรมการวัดเพชรพลี
เจ้าพิธีโดย คุณฉันท์ทิพย์ (เล็ก) พันธรักษ์ราชเดช

วัตถุประสงค์
๑.เพื่อจัดสร้างเสาชิงช้าอันเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์สำคัญของวัดเพชรพลี จังหวัดเพชรบุรี
๒.เพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์กุฏิสงฆ์ และเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมของวัดเพชรพลี
๓.เพื่อบูรณะอาคารวชิรปราสาท พิพิธภัณฑ์ของวัดเพชรพลี
๔.เพื่อรำลึกถึงประวัติความเป็นมาในอดีตของพุทธศาสนาในมาตุภูมิสุวรรณภูมิ

ภาพ พระอุดมโชคปฐมอรหันต์มาตุภูมิ วัดเพชรพลี จ.เพชรบุรี เว็บลุงเยี่ยม